pixellive issue03 : live in USA
change language to English

หลังจากก้าวพ้นรั้วมหาลัย เปลี่ยนจากชุดนักศึกษามาใส่ชุดพนักงานออฟฟิศ ทำงานในตำแหน่ง Software Engineer ซึ่งก็ได้ทำงานในสาย IT (Information Technology) ตรงกับที่เรียนมา แม้จะเป็นคนที่ชอบศิลปะมาก ๆ และมีความเป็น Artist เต็มตัวก็ตาม ผมได้เริ่มเรียนรู้วิถีชีวิตที่มีเงินเข้ามาเป็นบทบาทหลัก เพราะนอกจากจะเลิกขอเงินที่บ้านแล้ว ยังเปลี่ยนมาให้เงินแม่ทุกๆเดือนด้วย แต่ด้วยการที่เป็นคนมีงานอดิเรกเยอะและเดินทางบ่อย ค่าใช้จ่ายส่วนตัวเลยค่อนข้างสูง เลยทำให้ไม่สามารถจะให้เงินแม่ได้มากมายสักเท่าไรนัก เมื่อใช้ชีวิตคนทำงานไปได้สักพัก ผมก็เริ่มเรียนรู้ที่จะจัดการกับเงิน รู้จักออมเงินอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ทำบัญชีรายรับจ่าย รวมถึงเริ่มรู้จักการลงทุน เลยพยายามตัดรายจ่าย รัดเข็มขัดตัวเอง เพื่อให้มีเงินเหลือเก็บออมและลงทุนมากขึ้น แต่รายจ่ายที่ไม่ยอมตัดออก ก็คือเงินที่ให้พ่อแม่ บางคนอาจจะคิดว่า หักค่าใช้จ่ายอย่างอื่นแล้วเหลือเท่าไรค่อยมาให้พ่อแม่ก็ได้ เพราะยังไงท่านก็ยังมีรายได้ บางคนใช้เงินเดือนตัวเองไม่พอ ยังต้องขอพ่อแม่ด้วยซ้ำ แต่สำหรับผม นี่เป็นรายจ่ายก้อนแรกที่จะถูกหักออกจากเงินเดือนเลยนะ คุณค่าของมันไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินว่ามากแค่ไหน เพื่อที่จะให้พ่อแม่เอาไปคุยกับคนอื่นว่าลูกให้เงินเยอะ แต่คุณค่าของมันอยู่ที่ตอนที่ท่านชื่นใจ คือการดูแลหัวใจอย่างหนึ่งที่สามารถทำได้ทันทีตอนนี้ ไม่ต้องรอเก็บเงินไปลงทุนจนร่ำรวย แล้วค่อยมาซื้อบ้านให้อยู่ ซื้อรถให้นั่ง มาดูแลกันตอนหลัง เพราะเราไม่รู้ว่า เราจะยังคงมีโอกาสได้ดูแลพ่อกับแม่ไปจนถึงเมื่อไร ทำวันนี้ความสุขก็เกิดวันน้ี พ่อกับแม่ก็ปลื้มใจวันนี้ ภูมิใจวันนี้ เผื่อว่าพรุ่งนี้ต้องจากกัน จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจที่ไม่ได้ทำวันที่ผ่านมาให้พ่อกับแม่ได้ดีพอ โอกาสทดแทนคุณไม่ต้องรอโต ไม่ต้องรอรวย แต่มันคือ ที่นี่ เดี๋ยวนี้ การดูแลหัวใจกันมันสามารถทำได้ตลอดทุกลมหายใจเลยแหละ :)

ผมเริ่มหันมาสนใจในเรื่องของเงินตรามากขึ้น ยิ่งในโลกทุนนิยมอย่างปัจจุบัน เงินจัดว่าเป็นปัจจัยที่ 5 ของโลกก็ว่าได้ ผมเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ด้วยตัวเอง ทั้งอ่านหนังสือและค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ท ผมว่าเศรษฐศาสตร์และการตลาดมันก็จัดว่าเป็นศิลปะแขนงหนึ่งได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นศิลปะในการซื้อใจลูกค้า การเดาใจเพื่อให้โดนใจ ทำยังไงให้แบรนด์ติดตลาด ไปจนถึงกลยุทธ์ของแผนการตลาดต่าง ๆ นา ๆ ที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์กันสุดฤทธิ์ จนผมว่าจริง ๆ แล้วผู้บริหารหรือนักการตลาด มันก็คือ creative ดีๆนี่เอง

และด้วยชั่วโมงบินที่สูงขึ้นกับวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลขึ้น ก็พบว่างานทางสาย IT ที่ตัวเองทำมาตลอดนั้น มันเป็นความรู้เทียม คือเมื่อเวลาเปลี่ยน มันก็เสื่อมและล้าสมัยไป ไม่สามารถใช้ได้ตลอดไปเหมือนกับความรู้แท้ อย่างเช่นความรู้ในสายงานธุรกิจ การตลาด การจัดการ กอปรกับเริ่มเบื่องานด้านเทคนิค การนั่งเขียนโปรแกรมเป็นวัน ๆ ทำงานแบบเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ซาก ๆ ทำให้อยากหันมาศึกษา มาเรียนรู้กระบวนการทางธุรกิจจากการทำงานจริงบ้าง เลยผันตัวเองจาก back-end มาอยู่ในส่วน front-end เปลี่ยนสายมาทำงานในฝ่ายการตลาด ในตำแหน่ง Account Manager (แถวบ้านเรียก Sales) ออกไปพบลูกค้าและเสนอโครงการ เพื่อหางานมาให้เหล่านักรบที่รออยู่ในบริษัทได้ทำกัน


ชีวิตตรงนี้เองที่ทำให้ผมได้ทำความรู้จักกับโลกทุนนิยมอย่างแท้จริง โลกของคนที่ไม่รู้จักพอ ที่ที่เงินตรามีพลังอำนาจสูงกว่าคุณธรรมและจริยธรรม ที่ที่มนุษย์ใช้คำว่าธุรกิจ เป็นข้อแก้ต่างให้กับความบกพร่องทางจิตใจตน เพราะมันคือวงการธุรกิจระดับสูง ที่แทบจะไม่เปิดการเจรจาบนวงเงินที่ต่ำกว่าเลข 6 หลัก และด้วยการแข่งขันสูงมาก ๆ นี้เอง ทำให้ความใจดีและมีน้ำใจ กลายเป็นสิ่งต้องห้าม เพราะเป็นจุดอ่อนที่สามารถถูกพลิกไปเป็นข้อเสียเปรียบได้ทันที จากนักธุรกิจที่มีชั้นเชิงเหนือกว่า ทำให้ชีวิตเกือบหนึ่งปีที่โลดแล่นอยู่ท่ามกลางสงครามตลาดทุนนี้ ต้องอยู่บนความระมัดระวังตัวที่สูงมาก จะเรียกว่าถึงขั้นหวาดระแวงเลยก็ว่าได้ ต้องหัดมองคนในแง่ร้าย ไม่ไว้เนื้อหรือเชื่อใจคนอื่นมากเกินไป แม้กระทั่ง business partner ของเราเองก็ไม่สามารถเชื่อได้ ต้องหาคำตอบซ้อนอีกครั้งว่าข้อมูลที่ได้มานั้น จริงหรือเท็จแค่ไหน ยังไง เพื่อให้มีชั้นเชิงเหนือกว่าคู่แข่ง และเพื่อไม่ให้โดนแทงจากข้างหลัง ต้องเรียนรู้วิธีซื้อใจคน เอาชนะใจคนให้ได้ แม้เค้าคนนั้นจะเป็นคนที่ไม่น่าคบหาด้วยเลยแม้แต่น้อย จนผมสามารถพูดได้เลยว่า ชีวิตตรงนั้นเป็นชีวิตการทำงานที่รันทดที่สุดในชีวิต ไม่เคยมีความสุขจากการทำงานเลยแม้แต่วันเดียว และสุดท้ายก็ค้นพบด้วยตัวเองว่า ผู้บริหารของบริษัทที่เรากำลังทำงานให้นั้น มีทัศนคติที่แย่เกินกว่าจะยอมรับได้ ผมไม่ปลื้มนักธุรกิจที่จ้องแต่ตัวเลขผลประกอบการ ทำอย่างไรก็ได้ เพื่อให้ได้มาโดยไม่ต้องสนวิธีการ ผมไม่คิดว่านั่นคือความเป็นมืออาชีพแต่อย่างใด หากการไร้ซึ่งคุณธรรมในจิตใจคือสิ่งที่เรียกว่า professional ผมก็ขอเป็นเด็กเมื่อวานซืนไปตลอดชีวิต ก็เลยคิดว่าบริษัทนี้คงไม่เหมาะกับเราอีกต่อไป เพราะเราเองก็หมดศรัทราในองค์กรไปแล้วเรียบร้อย เลยตัดสินใจลาออกมาสานฝันตัวเองต่อ นั่นก็คือการได้ไปเรียนต่อในต่างประเทศสักแห่ง
แม้ว่าโลกทุนนิยมในปัจจุบันมันจะมีกลไกเช่นนั้นจริง ๆ ปลาใหญ่กินปลาเล็ก คนโง่ย่อมตกเป็นเหยื่อของคนฉลาด ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเท่านั้นถึงจะอยู่รอด ผมเข้าใจข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นดี เพียงแต่ผมไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่มนุษย์เรากำลังทำอยู่ และเห็นดีเห็นงามไปตามๆกัน ก็เท่านั้น ผมไม่คิดว่าธุรกิจที่ไม่ต้องเอารัดเอาเปรียบใคร จะอยู่ไม่ได้ หากไม่มีที่ไหนในโลกทำได้ ผมนี่แหละจะทำให้ดู เงินไม่ใช่ทุกสิ่งของอย่างของชีวิต แม้มันจะเป็นสิ่งจำเป็น แต่ก็ไม่ถึงขนาดต้องไปแก่งแย่งไขว่คว้าอะไรให้มากมายนัก ไม่อยากให้ถึงวันที่โลกพบวิกฤติ ทุกสิ่งกลับไปเป็นศูนย์ วันที่เงินกลายเป็นเศษกระดาษ และตัวเลขในสมุดบัญชีมีค่าน้อยกว่าน้ำจืดหยดเดียว แล้วต้องมานั่งเสียใจที่เคยเอาเปรียบตักตวงชาวบ้านเค้ามาตั้งเยอะ แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเหลือเลยอยู่ดี (แต่ถ้าใครจะบริจาคเงินให้ฟรี ยินดีน้อมรับ)


หลักจากออกจากงานมาเพื่อเตรียมตัวเรียนต่อ ผมก็ทำงานอิสระอยู่พักนึง เป็นเจ้าของกิจการเล็กๆด้วยตัวเอง หรือที่นิยมเรียกกันให้ไพเราะว่า freelance ทำงานที่ตัวเองถนัดและชอบ อย่างช่างภาพอิสระ รับถ่ายงานทุกอย่างตั้งแต่ สินค้าชิ้นเล็กๆไปจนถึงรถเครนขนาดใหญ่ งานพิธีที่สำคัญต่างๆอย่างงานแต่งงาน หรืองานรับปริญญา และรับออกแบบจัดทำเว็บไซท์ พร้อมทั้งพัฒนาโปรแกรมบนเว็บเสร็จสรรพ ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก เพราะเราได้ทำงานที่มีคุณค่า เป็นงานที่ใช้ฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ และที่สำคัญคือ เป็นงานที่เราชอบและมีความสุขกับมัน ทุก ๆ วันที่ตื่นขึ้นมาไม่เคยมีความรู้สึกว่าเบื่อ ไม่อยากไปทำงาน ไม่อยากรีบออกจากบ้านเพื่อหนีรถติด ทำได้ทุกอย่างที่อยากทำ และก็ไม่ต้องทำอะไรที่ไม่อยากทำ (แต่ก็ต้องมีวินัยเพียงพอ ไม่งั้นงานก็เจ๊งกระบ๊งเหมือนกัน) ทำให้เข้าใจว่า การใช้ชีวิตให้มีความสุขในทุก ๆ วัน จริง ๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย เศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงเรานี่แหละ เป็นคำตอบสุดท้าย ความพอเพียง ความสงบ ไม่วุ่นวาย อยากได้ กระสับกระส่าย ดิ้นรนไขว่คว้าจนเกินไป อยู่กับสิ่งที่ชอบ ทำงานกับสิ่งที่รักและไม่เอาเปรียบใคร เป็นหนทางสู่งความสุขสงบของชีวิตอย่างแท้จริงได้ในทุก ๆ วัน

สุดท้ายก็จัดการเอกสารการไปเรียนต่อจนเสร็จหมดทุกอย่าง จัดการงานที่ทำคั่งค้างไว้จนหมดห่วง หิ้วกระเป๋าเดินทางพร้อมกล้องถ่ายรูปคู่ใจ เดินทางข้ามขอบฟ้ามาเรียนรู้ชีวิตอีกฝั่งของโลก ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา จุดประสงค์หลักของการมาที่นี่ก็คือ อยากลองใช้ชีวิตด้วยตัวคนเดียว ในที่ที่ไม่มีใครให้พึ่งพา ที่ที่พูดคนละภาษา ท่ามกลางวัฒนธรรมที่แตกต่างจากบ้านเรา อยากรู้ว่าคนในประเทศที่เป็นมหาอำนาจของโลก เค้ามีแนวคิดและใช้ชีวิตกันยังไง ส่วนจุดประสงค์รองลงมาคือ พัฒนาภาษาอังกฤษที่ห่วยแตกของตัวเองให้ดีขึ้น ส่วนปริญญาโทนั้น ถ้ามีโอกาส ถ้ามีเงินมากพอ ก็จะเอากลับไปเป็นของขวัญพ่อกะแม่ แต่ถ้าหลายๆอย่างไม่เอื้ออำนวย คิดว่าการกลับไปอยู่ด้วย จะทำให้พ่อกับแม่มีความสุขได้มากกว่ากระดาษเพียงใบเดียว

That's why I'm here, the United of America.


ชื่ออย่างเป็นทางการ :   นายนันทวัจน์ เหลืองอรุณ
ชื่ออย่างไม่เป็นทางการ :   เติร์ด (Third), พิกเซล (pixel)
มีมาตั้งแต่เมื่อไร :   วันอังคารที่ 11 มีนาคม 2523
อีเมล์ :
msn :
  pixel (at) pixellive (dot) com
hipixel (at) hotmail (dot) com
อาชีพในอดีต :   - Software Engineer (โปรแกรมเมอร์), Infoquest Co., Ltd.
- Web Programmer/System Administrator, Biz Dimension Co., Ltd.
- Senior Software Engineer (โปรแกรมเมอร์แก่), Motif Technology Co., Ltd.
- Account Manager (เซลล์), Motif Technology Co., Ltd.
อาชีพปัจจุบัน :  

- นักเรียน, Graphic Design, Brookhaven College, TX, USA
- กราฟฟิก/เว็บดีไซน์เนอร์
- ช่างภาพอิสระ
- นักเขียนอิสระ

งานอดิเรก :   ดำน้ำ(Freediving, Scubadiving), ทำเว็บ(php, mySQL, Javascript, AJAX, flash), เล่นกีต้าร์, แต่งเพลง, วาดรูป(Drawing, Manga, Painting), เขียนบทความ/เรื่องสั้น/ไดอารี่, อ่านหนังสือ(ชีวิต, ศาสนา, ปรัชญา, ธุรกิจ, แรงบันดาลใจ), ฝึกจิตนั่งสมาธิ, เล่นบาส, ท่องเที่ยว, ถ่ายรูป(D80, Tamron17-50, Sigma10-20, Sigma70-300, Nikon50, SB800), รักษ์ธรรมชาติ (savekohsurin), เล่นเกม(SimCity, Mario Kart, Need for Speed), บ้าบอ ติงต๊อง เพ้อเจ้อ และไร้สาระในบางเวลา
การศึกษา :
  ป.ตรี : Computer Science KMITL (2545)
ป.โท : ยังไม่ได้เรียน (จะเขียนทำไม)
ทำโปรแกรมไรเป็นมั่ง :   Pascal, C, PERL, VB, VC, Delphi, PHP, mySQL, ASP, JAVA, JavaScript, AJAX, HTML, WML, XML, DreamWeaver, Photoshop, Lightroom, Flash, PageMaker, 3DMax, Cakewalk, GarageBand
คำคมยอดฮิตคิดเอง :   ... ทุกปัญหามีทางออกเสมอ อยู่ที่ว่าจะหาทางให้เจอ หรือเพ้อเจ้อว่าไม่มีทาง ...
... Living without a goal is nothing ...


 

::: any comment :::
*comment 
*name  *key   827
email 
website